เนื่องจาก กระผมได้มีโอกาสไปฝึกงานที่ประเทศญี่ปุ่นช่วงสองเดือนที่ผ่านมาครับ แล้วจองไฟลท์กลับมายังประเทศไทยในวันที่ 15 สิงหาคม เวลา หนึ่งทุ่ม ...

ด้วยความที่เลือดโอตาคุในตัวมันเดือด มีงาน Comic Market 74 ที่ Tokyo Big Sight ในวันที่ 15 เป็นวันแรกพอดี จึงขอลองเสี่ยงตกเครื่องบิน ไปลุยงานกันหน่อยครับ

ผมเดินทางออกจากหอพักที่อยู่ในโตเกียว แต่ไกลอยู่นิดนึง ออกจากหอเวลา ตีห้า พร้อมกับแบกสัมภาระที่จะนำกลับบ้าน ไปโยนไว้ในล๊อกเกอร์ที่สถานี Shimbashi ของ JR และได้ไปถึงที่โตเกียวบิ๊กไซท์ ซึ่งเป็นสถานที่จัดงาน เวลา หกโมงครึ่ง ตอนเช้าตรู่ครับ

พอไปถึง ผมก็เดินด้อมๆมองๆ สำรวจสถานที่กันนิดนึง พบกลุ่มคนมากมาย มากมาย และ มากมาย กำลังนั่ง บางคนก็นอน ทุกคนมีเสื่อ เก้าอี้ เตียง ปลอกหมอนข้าง ผ้าเช็ดตัว พัด ร่ม หรืออะไรก็ตามที่เป็นลายอนิเมติดตัว นั่งนอนกันให้สลอน กระจัดกระจายอยู่ตามที่ต่างๆ โดยจะมีรั้วสีเหลืองดำล้อมรอบคนเหล่านั้นไว้ และตามรั้วก็จะมีเขียนเวลา เช่น "ตีสาม" "ตีสามสิบห้านาที" เป็นต้น

นั่นคือสภานหน้าสถานที่จัดงาน ผมก็เลยลองเดินออกห่างจากตัวตึกไป ก็ยังพบภาพเดิมๆ เดินห่างไปแล้ว ห่างไปอีก ก็ยังพบไอ้รั้วเหลืองดำเดิมๆ ขนาดเดินจนมองไม่เห็น Tokyo Big Sight แล้ว ก็ยังพบผู้คนตายกลาดเกลื่อนอยู่ จนในที่สุด จึงได้ทราบว่า นั่นคือคนที่ต่อคิวทั้งหมดครับ!!

โดยเวลาที่ผมไปถึงนั้น มีคนต่อคิวเกินหนึ่งแสนคนไปเรียบร้อยแล้ว หางแถวนี่มองไม่เห็น Tokyo Big Sight แล้วครับ จินตนาการดูนะครับ คุณอยากเข้าไปใน สยามพาราก้อน แต่หางแถวมันอยู่แถวๆหน้าประตูใหญ่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย แล้วคนต่อคิวกันบล๊อกละสี่แถว ส่วนละสามบล๊อก ไปจนถึงหน้าจุฬาน่ะครับ...

ผมก็เลย แกล้งบื้อ ทำเป็นคนต่างชาติเต็มตัว เดินไปหาสต๊าฟเลยครับ เพื่อจะหาวิธีที่ทำให้ไม่ต้องต่อคิว แต่สต๊าฟใจร้ายก็บอกแค่ว่า ให้ไปต่อคิว ที่มองไม่เห็นท้ายแถวแม้แต่นิด แล้วถ้าต่อจากจุดนั้น จะได้เข้างานเวลาบ่ายโมง (งานเริ่ม สิบโมงเช้าครับ)

แทบร้องไห้กันเลยทีเดียว งอนครับ งอน ก็เลยเดินไปนั่งกินแม๊คเป็นมื้อเช้า สบายใจเฉิบ แล้วก็เดินถ่ายรูป เก็บบรรยากาศงาน เอ๊ย บรรยากาศคน อย่างสบายๆไปเรื่อย สุดท้าย ก็เลยไปนั่งสังเกตุการณ์อยู่หน้าประตูเข้างานครับ (แต่ไม่ได้ต่อคิว... เพราะคิวมันยาวไปจนไม่เห็นหลังคาตึกแล้ว)

แต่ระหว่างด้อมๆมองๆ อยู่หน้าประตูเข้างานเวลาประมาณเก้าโมงครึ่ง อยู่ดีๆ ก็เกิดอุบัติเหตุ ผมโดนพายุคนพัดเข้าไปในงานเฉยเลย เลยเป็นอันว่าลาภลอยครับ แซงคิวคนได้เป็นแสนคนครับ เฮ!!

และทันทีทันใดที่เค้าเปิดให้เข้างาน อยู่ดีๆเค้าก็แบ่งแถวออกเป็นสองส่วนครับ ส่วนหนึ่งไปซ้าย อีกส่วนไปขวา โดยมีป้ายเป็นภาษาญี่ปุ่น คันจิบรึมอยู่ กด dict ไม่ทันครับ เลยตัดสินใจ เดินมั่ว หมายจะมุ่งสู่บูธธุรกิจ เพื่อไปหิ้วปลอกหมอนนาโนฮะกลับบ้านให้ได้ สุดท้ายก็คือ เดินไปผิดทางครับ ดันเดินไปโซนที่เค้าจะไปแต่งคอสเพลย์กัน... กว่าจะเดินกลับมาถูกทาง ก็โดนคนแซงคิวไปเป็นหมื่นละครับ - -

แล้วเนื้อเรื่องก็ไม่ได้ดีขึ้น สุดท้าย ผมก็ไปต่อคิวซื้อของบูธนาโนฮะ บูธ141 ในตำนานนั่นแหละครับ คนเยอะที่สุดจริงๆ เค้าให้มาต่อแถวกันนอกตัวตึกกันเลยทีเดียว ตากแดดหัวแดง แล้วเค้าก็ขายของได้ช้าสุดใจขาดดิ้นมากๆ ผมต่อคิวอยู่ ห้าชม. ยังไม่ได้ของครับ แล้วก็กลัวจะตกเครื่องบินด้วย พอเวลาประมาณบ่ายสอง จึงล้มเลิกความตั้งใจ แล้วไปเดินเล่นในตัวงานดีกว่า...

ภายในงาน คนเดินกันให้วุ่นเลยทีเดียว แล้วบูธก็เยอะมากๆๆๆๆ และปลอกหมอนข้างสารพัดรูปแบบ ไม่ว่าจะสำหรับเด็ก หรือ ผู้ใหญ่ ขายกันแทบทุกบูธ แต่ละบูธ ต่อคิวกันไม่ถูกเลย เพราะท้ายแถวมันจะวนออกไปนอกตึกกันเกือบหมด สรุปเลยไม่ได้ต่อคิวซื้ออะไร เดินกินบรรยากาศเอาครับ 555 (แต่ได้แวะไปบูธของ G.J. กับ May-Be Soft มา ไปซื้อการ์ดมาซองนึง สวยดี ^^)

แล้วในวันนั้น รถไฟโมโนเรลสถานีที่ลงหน้าโตเกียวบิ๊กไซท์ จำไม่ได้ละครับว่าชื่ออะไร คนแน่นอย่างกับหนอนครับ ต้องรอต่อคิวขึ้นรถไฟกันเลยทีเดียว

ไว้โอกาสหน้าจะไปล้างแค้นแน่นอนครับ Comic Market!!

ต้องเท้าความไปถึงก่อนที่จะเดินทางมาญี่ปุ่น

Nuksit Sensei : เนี่ย เดี๋ยวแลบที่ญี่ปุ่นเค้าจะมีแลบทริปกัน สนใจจะไปมั้ย

พวกเรา : ไปแล้วจะได้อะไรเหรอครับ?

Nuksit Sensei : อ๋อ คงจะได้ความรู้ใหม่ๆเยอะเลยแหละ ไปดูเทคโนโลยี โรงงาน อะไรพวกนี้ น่าจะได้ความรู้เยอะนะ

พวกเรา : อืม งั้นไปก็ได้ครับ (แต่อยากเที่ยวมากกว่าอ้ะ...)

-------------------------------------------------------------------------------

และแล้ว ก็ถึงวันที่ 21-22 ซึ่งเป็นวันเสาร์อาทิตย์ ทาง Nagai-Lab ทั้งหมด จะเดินทางไปเยือน Izu กัน โดยเสียค่าใช้จ่าย 11000 เยน โดยราคานี้ เหมารวมค่าที่พัก ค่าอาหารเย็น ค่าอาหารเช้า ค่าเหล้า ค่าสาเก ค่าค๊อกเทล ค่าเบียร์ ค่าน้ำแข็ง ค่ากับแกล้ม ค่ามิกเซอร์ เป็นที่เรียบร้อย โดยที่ในวันเสาร์ที่ 21 ทุกคนมาถึงที่หมายโดยพร้อมเพรียงกัน เวลา 10.00 ที่หน้าตึก พวกเราก็มาถึงกันก่อนเวลานิดหน่อย ก็เลยมีเวลาว่าง ถ่ายรูปเล่น ยืนดูเค้าขนของกัน (เค้าไม่ยอมให้พวกเราช่วยอะ กลัวไปทำเหล้าเค้าแตกมั้ง)

มาถึงเช้านี้ ทุกคนยกเว้นเกื้อเกิดอาการเหวอกันเล็กๆน้อยๆ เนื่องจากทุกคนแต่งตัวกันเรียบร้อยมาก กางเกงยีนส์ รองเท้าผ้าใบ ส่วนพวกเราชาวไทย ไปเที่ยวทะเล ก็ต้องรองเท้าแตะสิวะ!! ไปทะเลเฟ้ย ไปทะเล!!

และวันนี้ ปิ๊กกับนนท์ ก็แต่งตัวเข้าขากันมาก เสื้อเหลืองแดงที่ไปหิ้วกันมาจาก Kichijoji เมื่อวันศุกร์ ทั้งคู่เซลฟ์กับชุดดังกล่าวเป็นอย่างมากทีเดียว

และ อากิซัง ก็มาขอแจมตามคาด 555 เสื้อเฮียเท่จริงๆครับ ใส่กลับหน้าหลังมาด้วยแน่ะ...

และหลังจากนั้น ก็ประชุมเพลิงกัน ตกลง นัดแนะ วิธีการเดินทางและทางที่จะไป และจะไปกินข้าวกลางวันที่ไหน และ บลาๆๆ... โดยพี่ไซโก เป็นทริปลีดเดอร์มั้ง เห็นเป็นคนจัดการทุกอย่างเลย

และพวกเรา 6 หน่อ ก็แยกรถกันไป โดย เรา จูน เกื้อ ไปกับรถพี่ดอน ส่วน ปิ๊ก นนท์ พีท ไปกับรถแวนเช่าของพี่ไซโก โดยมีพี่ซันไปดูแลด้วย

หลังจากการเดินทางประมาณ 1 ชม.กว่าๆ ก็ถึงเวลาอาหารกลางวัน โดยไปกินกันที่ร้านโซบะ ชื่ออะไรไม่รู้ รู้แต่ว่า โคตรอร่อยเลย ให้ตายเหอะ แต่ก็ต้องยอมจ่ายกันหนักหน่อย ตกคนละเกือบๆ สองพันเยนนะฮะ มื้อนี้

ชุดข้าวหน้าเทมปุระของ เจ้าปิ๊กกับเจ้าพีท สนนราคา 1900 เยน

ชุดอาหารกลางวันประจำฤดูกาล สเต๊กเนื้อมิโซะ ของจูน สนนราคา สองพันเยนถ้วน

ชุดครอบครัวเล็กๆของคุณโซบะ ของเรา เกื้อ และ พี่ดอน สนนราคา 1650 เยน

และหลังจากจ่ายเงิน ควักเนื้อและอาหารเป็นที่เรียบร้อย ก็เตรียมพร้อมที่จะออกเดินทางกันต่อ

เรียงจากซ้ายไปขวา... พีท นนท์ เกื้อ จูน ปิ๊ก พ้ง(วี่) พี่ดอน

เอ้า ออกเดินทาง!!

ก็แยกออกไปเป็นหลายเส้นทาง แล้วแต่รถ โดยรู้สึกว่ารถส่วนใหญ่ จะมุ่งหน้าสู่ ออนเซนข้างๆโรงแรมที่จะไปพัก โดยพวกปิ๊กนนท์พีพี่ซัน ก็ไปกับกลุ่มนี้ด้วย

ส่วนทางรถของเรา พี่ดอน เรา จูน เกื้อ ก็ไปวางแผนเดินทางกันที่มินิมาร์ทก่อนเลย โดยไปเปิดคู่มือท่องเที่ยวในแฟมิลี่มาร์ท (ไปเปิดหนังสือดู แบบไม่ซื้อ... แต่สรุปพี่ดอนก็เกรงใจเค้าแล้วซื้อมาเล่มนึง ^^) ก็เลยได้ข้อสรุปว่าจะไปเที่ยวออนเซนแช่ขากัน แต่ดวงก็ไม่รองรับ อยู่ดีๆ ฝนก็เทลงมาทำให้แผนการนี้ต้องเป็นอันยุบไป พอขับรถต่อไปอีกสักพักฝนมันก็ซาลง... (กวนประสาทชะมัด) ก็เลยไปแวะพักที่สวนที่อิโต้แทน (อิโต้เป็นชื่อเมืองหรือเขตอะไรสักอย่างระหว่างทาง ไม่ใช่ อิโต้ มาโคโตะ แต่อย่างใด) มีรูปปั้นประหลาดๆ เต็มไปหมดเลย ลองดูจากภาพเอานะครับ

 

 

พี่ดอน เอนจอยอย่างสุดๆ

หลังจากจบการพักระหว่างทาง ก็ถึงคราวต้องไปโรงแรมซะที พี่ดอนก็ขับรถต่อ จนถึงโรงแรมประมาณ ห้าโมงครึ่ง เค้านัดกินข้าวกันหกโมงเย็น เรากับพี่ดอนเลยรีบบึ่ง เพราะอยากไปแช่ออนเซนก่อนกินข้าว แต่พอไปถึง ราคาที่จะเข้ามันแพงกว่าที่จะเข้าไปแค่ยี่สิบนาที เลยเป็นเอาแคนเซิล แล้วนั่งแช่ขาอารมณ์ดีแทน

หลังจากนั้นก็กลับมาที่โรงแรมพร้อมๆกับพวกที่ออนเซนเสร็จ ไปพร้อมกันในห้องอาหารของโรงแรม พี่ไซโกกล่าวเปิดงาน นางาอิเซนเซย์กล่าวคัมปาย แล้วก็... "อิทะดะคิมาสสสสสส"

และข่าวดีล่าสุดก็คือ พีทมีแฟนแล้ว!! ดูจากสีหน้ารู้สึกเจ้าตัวจะดีใจอยู่ไม่น้อย...

หลังจากนั้น ก็ถึงเวลากิจกรรมสังสรรค์ระหว่างกินข้าว หรือ เกมบิงโก นั่นเอง!!

พี่ยัตสุก็มากล่าวเริ่มเกม โดยมีพี่ชิกิเป็นลูกมืออยู่ข้างๆ

ไม่รู้โชคดีหรือโชคร้ายดี เกมนี้มันแจกของด้วย!! แต่ของที่ได้ก็ต้องสุ่มกันอีกที บางคนได้ของที่ไม่ค่อยจรรโลงใจเท่าไร สรุป บางที นั่งเฉยๆอาจดีที่สุด... แต่สุดท้าย จูน กับ พีท ก็ได้รางวัลมา

โดยพีทได้แก้วมาใบนึง ก็ยังดี หุๆ

ส่วนจูน ได้ Thumb Drive 4 Gb มาอันนึง สุดยอดดด!!

และรางวัลใหญ่ ซึ่งเป็นรางวัลสุดท้าย ก็คือ PSP + Accessory Sets + เกม Monster Hunter แต่สุดท้ายไปๆมาๆ ผู้ได้รางวัลก็นำรางวัลนี้มามอบให้แก่พวกเรา บอกว่าเป็นของขวัญจากทุกคน ขอบคุณมากๆครับ (แต่สุดท้ายคิดว่าก่อนกลับจะเอาไปคืนแฮะ แบบว่าเกรงใจอะ...)

หลังจากนั้นสักพัก ก็เป็นอันปิดงาน (เวอร์ชั่นพิธีการ) ทุกคนจะปรบมือดังๆพร้อมกัน 1 ครั้ง และก็เป็นอันจบงาน แต่ความจริง งานเลี้ยงมันเพิ่งเริ่มเท่านั้น หึๆๆ

ก่อนจะมีการเมากันเกิดขึ้น เรา จูน เกื้อ พี่ดอน แล้วก็พี่ๆที่แลบอีก 3-4 คน ก็ขอตัวไปแช่ออนเซนกันก่อน ก็ทำการออกเดินทางไปยังออนเซนทันที ไปถึงประมาณ 3 ทุ่ม เค้าปิด 4 ทุ่ม ทำให้มีเวลาแช่ประมาณ 1 ชม. ลุยกันเลยดีกว่า

ราคาค่าเข้าก็คนละ 1600 เยนถ้วน หลังจากจ่ายเงินเข้ามาแล้ว จูนกับเกื้อ ก็แยกไปที่ชั้น 3 ซึ่งเป็นชั้นสำหรับผู้หญิง ส่วนพวกผู้ชาย ประกอบด้วย เรา พี่ดอน แล้วพี่ๆอีก 3 คน ก็ขึ้นไปยังชั้น 4 ทำการเก็บข้าวของใส่ล๊อกเกอร์ หยิบผ้าเช็ดตัว(ห้ามเอาเข้าไปในออนเซน) หยิบผ้าผืนเล็กๆ(เอาไว้ปกปิดส่วนล่าง) แล้วก็ถอดเสื้อผ้า วิ่งเข้าไปโลด

ก่อนอื่นเลย เค้าก็จะมีมุมล้างตัวให้ทำความสะอาดร่างกายกันก่อนจะลงไปแช่ออนเซน แล้วออนเซนก็มีอีกหลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็น กลางแจ้ง จากุชชี่ ในร่ม อ่าง โอ่ง ขัน สารพัดจะรูปแบบ สนุกมากมายเลยครับ แต่ไม่สามารถถ่ายรูปข้างในมาให้ดูกันได้ เพราะไอน้ำมันฟุ้งมาก ลองถ่ายมารูปนึง มองไม่เห็นอะไรเลย

หลังจากอาบน้ำ แช่ออนเซนเสร็จ ก็ออกมาแต่งตัว ใส่กางเกงเลโชว์ความเป็นไทยทันที ลงมาชั้นหนึ่ง ซดนมกาแฟไปกระปุกนึง รอจูนกับเกื้อเสร็จ แล้วก็ออกเดินทางกลับที่พักกัน เพื่อไปพบกับสงครามที่แท้จริง

หลังจากที่กลับมาถึงที่พัก เอาของไปเก็บห้อง ก็กลับไปมั่วที่ห้องอาหาร ซึ่ง ณ บัดนี้ เปลี่ยนสภาพไปเป็นห้องกินเหล้าเรียบร้อยแล้ว

ใครถ่ายรูปนี้เนี่ย สั่นยิกเลย จากซ้ายมาขวา... ปิ๊ก นนท์ พีท พ้ง(วี่) พี่อากิ เกื้อ จูน หิ้วเบียร์เหล้ากับแกล้มกันโจ้งครึ่มเลย

แต่นั่งได้แปบเดียว เค้าก็บอกว่าต้องปิดห้องแล้ว เพราะมันเป็นห้องส่วนกลางของโรงแรม เลยย้ายไปที่ห้องของพี่อินาตะกันแทน พร้อมกับเปิดวงโจ้งครึ่มครั้งยิ่งใหญ่กันทันที

วาระที่หนึ่ง : เกมกินเหล้า ซึ่งประกอบไปด้วยเกมหลากหลายประเภท ทั้งที่เราคนไทยรู้จักและไม่รู้จัก ก่อนอื่นเลยก็เล่นเกม อินเดียนโป๊กเกอร์ (ชื่อเท่ล่ะสิ ความจริงก็คือไอ้เกมเอาไพ่แปะหัวกันนั่นแหละ) ต่อมาก็เล่นเกมหน่อไม้อะไรสักอย่าง วิธีเล่นก็ง่ายแสนง่าย แล้วก็ทำให้ผู้เล่น เมาได้ง่ายแสนง่ายเช่นกัน ไว้กลับไปค่อยสอนละกัน หลังจากนั้นก็มีเกม เซนดะ มิซุโอะ ไอ้นี่ก็เล่นง่ายอีกละ เมาง่ายเหมือนเดิม แล้วก็มีการเอาเกมไทยๆไปสอนเค้าเล่นด้วย เช่น เซเว่นอัพ เป็นต้น หลังจากเล่นเกมทั้งหลายผ่านพ้นไป รู้สึกผู้ที่รับเคราะห์รับประทานแอลกอฮอล์ไปมากที่สุดจะเป็นพี่หมี หรือ พี่คุไม ของเรานั่นเอง เล่นเอาหลอนไปเลย และครั้งนี้ เรายังทำให้พี่ซันกินเหล้าได้ด้วย ถือว่าประสบความสำเร็จ ส่วนพี่ดอนขานั้นขาเมาอยู่แล้ว...

จากซ้ายไปขวา เริ่มจากคนที่เห็นแค่ครึ่งหน้า... พี่ฟุค(คนเวียดนาม) พี่อากิ พีท พี่ซัน พี่อินาตะ พี่ฟูจิตะ

หลังจากเล่นเกมทั้งหลายจบ ก็ถึงเวลาสาวๆเข้านอน จูนเกื้อ กลับห้องไปนอนละ ต่อจากนั้น บรรยากาศในห้อง จากที่สว่างๆ ก็ฉับพลัน